เคยสังเกตไหมครับว่าเวลาสระผมหรือหวีผม ผมร่วงติดมือมามากกว่าปกติ? หรือบางทีก็รู้สึกว่าผมดูบางลงจนเริ่มเห็นหนังศีรษะชัดขึ้น ปัญหาผมร่วง ผมบาง เป็นเรื่องที่ใครหลายคนต้องเจอ โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้นหรือมีปัจจัยต่างๆ มากระตุ้นเช่น กรรมพันธุ์ ความเครียด หรือพฤติกรรมที่ทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะผมบางสามารถฟื้นฟูกลับมาให้หนาขึ้นได้ ถ้าดูแลถูกวิธีและเลือกใช้แนวทางที่เหมาะสมกับตัวเอง
บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจ สาเหตุของผมร่วง ผมบาง และวิธีแก้ไขที่ได้ผลจริง ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ อย่างการเลือกอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผม เทคนิคดูแลหนังศีรษะ ไปจนถึงวิธีอื่นๆ
สาเหตุหลักของปัญหาผมร่วง
- กรรมพันธุ์
ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติศีรษะล้านหรือผมบาง โอกาสที่คุณจะมีปัญหานี้ก็สูงมากครับ ภาวะผมร่วงจากกรรมพันธุ์ (Androgenetic Alopecia) มักเกิดจากฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ที่ทำให้รากผมอ่อนแอลงและฝ่อลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถงอกใหม่ได้อีก หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ผมอาจบางลงจนเห็นหนังศีรษะชัดเจน - ฮอร์โมนไม่สมดุล
ฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพเส้นผม โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย DHT และฮอร์โมนเอสโตรเจน หากมีการเปลี่ยนแปลง เช่นในช่วงวัยทอง หลังคลอด หรือจากภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS) อาจทำให้ผมร่วงผิดปกติ นอกจากนี้โรคไทรอยด์ที่ทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ก็สามารถส่งผลให้เส้นผมร่วงมากขึ้นได้ - ความเครียด
ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะที่เส้นผมเข้าสู่ระยะพักตัวเร็วกว่าปกติ ทำให้ผมร่วงเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะช่วงที่มีความเครียดสะสม นอกจากนี้ ความเครียดยังเพิ่มระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งอาจส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงรากผมลดลง ทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงง่ายขึ้น - โภชนาการไม่ดี ขาดสารอาหารที่จำเป็น
เส้นผมต้องการสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อให้เจริญเติบโต ถ้าขาดสารอาหารสำคัญเช่นโปรตีน ธาตุเหล็ก ไบโอติน และโอเมก้า 3 รากผมจะอ่อนแอและไม่สามารถงอกใหม่ได้เต็มที่ คนที่ลดน้ำหนักแบบหักโหม หรือรับประทานอาหารไม่ครบหมู่ อาจสังเกตได้ว่าผมร่วงเยอะขึ้น ผมบางลง และขึ้นใหม่ช้ากว่าปกติ - การใช้สารเคมีและความร้อนกับเส้นผมมากเกินไป
การดัด ย้อมสี ฟอก หรือหนีบผมบ่อยๆ อาจทำให้เส้นผมอ่อนแอและขาดหลุดร่วงเร็วขึ้น เพราะสารเคมีและความร้อนจะทำลายโครงสร้างของเส้นผมและทำให้รากผมอ่อนแอลง หากต้องจัดแต่งทรงผม ควรใช้สเปรย์กันความร้อนก่อนหนีบหรือม้วน และเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกลับคืนมา - โรคและภาวะทางสุขภาพบางอย่าง
โรคบางชนิดเช่นโรคไทรอยด์ โรคโลหิตจาง โรคแพ้ภูมิตัวเอง และภาวะติดเชื้อราที่หนังศีรษะ อาจทำให้เส้นผมร่วงผิดปกติได้ ในบางกรณีผมร่วงอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร่างกายต้องการให้เราสังเกตเช่นโรคเบาหวานหรือโรคภูมิแพ้ตัวเอง หากผมร่วงมากผิดปกติและเป็นเวลานาน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
ผมร่วงแบบไหนจึงควรกังวล
ผมร่วงเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเจอ เพราะเส้นผมมีวงจรการเติบโตและหลุดร่วงตามธรรมชาติ แต่ถ้าผมร่วงมากผิดปกติ หรือร่วงต่อเนื่องจนเริ่มเห็นหนังศีรษะ อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้ามครับ
- ผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวันอย่างต่อเนื่อง
- โดยปกติคนเราจะมีผมร่วงประมาณ 50-100 เส้นต่อวัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของวงจรเส้นผม แต่ถ้าผมร่วงมากเกินกว่านี้ทุกวัน และร่วงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ควรเริ่มสังเกตและหาสาเหตุ
- ทดลองใช้วิธีง่ายๆเช่นลองดึงผมเบาๆ ถ้าพบว่ามีเส้นผมร่วงออกมามากกว่า 5-6 เส้นทุกครั้งที่ดึง หรือเวลาสระผมแล้วผมติดมือออกมาเป็นกำ อาจถึงเวลาต้องตรวจเช็กสุขภาพเส้นผม
- ผมร่วงเป็นหย่อมๆ หรือเกิดเป็นวงกว้าง
- หากพบว่าผมร่วงเป็นหย่อมๆ จนเกิดจุดว่างบนหนังศีรษะ หรือเห็นแนวผมบางผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะผมร่วงเป็นหย่อม ซึ่งเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองที่ทำให้รากผมอ่อนแอและหยุดการเจริญเติบโต
- ผมร่วงเป็นหย่อมมักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน โดยอาจเริ่มจากหย่อมเล็กๆ และขยายเป็นวงกว้าง หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดอาการศีรษะล้านในบางบริเวณได้
- ผมร่วงจนเห็นหนังศีรษะ หรือแนวผมถอยร่นผิดปกติ
- ถ้าเริ่มสังเกตเห็นว่าแนวไรผมร่นขึ้นเรื่อยๆ หรือผมบางลงจนหนังศีรษะเริ่มชัดเจนขึ้น นี่อาจเป็นสัญญาณของภาวะศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ ซึ่งพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
- อาการนี้มักเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้ชายมักมีแนวผมที่ร่นขึ้นคล้ายตัว “M” ส่วนผู้หญิงจะพบว่าผมตรงกลางศีรษะบางลงมากขึ้น หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่นๆ
- ผมร่วงมากขึ้นหลังจากเจ็บป่วยหรือใช้ยาบางชนิด
- หากผมร่วงมากผิดปกติหลังจากป่วยหนัก ผ่าตัด หรือใช้ยารักษาโรคบางประเภท เช่นยาลดความดันโลหิต ยารักษาไทรอยด์ หรือยาเคมีบำบัด อาจเป็นผลข้างเคียงจากยาหรือเกิดจากภาวะ โรคผมร่วงเฉียบพลัน ซึ่งทำให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักตัวเร็วกว่าปกติ
- ผมร่วงลักษณะนี้มักเกิดขึ้น 2-3 เดือนหลังจากเผชิญภาวะที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย และอาจค่อยๆ ฟื้นตัวได้เอง แต่ถ้าผมไม่กลับมางอกใหม่ในช่วง 6-12 เดือน อาจต้องหาทางรักษาเพิ่มเติม
- ผมร่วงร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น คัน ระคายเคือง หรือหนังศีรษะอักเสบ
- หากผมร่วงพร้อมกับมีอาการคัน แดง ระคายเคือง หนังศีรษะลอกเป็นขุย หรือเกิดตุ่มหนอง อาจเป็นสัญญาณของโรคทางผิวหนัง เช่นการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคผิวหนังอักเสบ
- อาการเหล่านี้อาจทำให้รากผมอ่อนแอลง และนำไปสู่ผมร่วงแบบถาวรหากไม่ได้รับการรักษา หากพบว่ามีผมร่วงร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว
- ผมร่วงเป็นกำในระยะเวลาอันสั้น หรือร่วงแบบเฉียบพลัน
- ผมร่วงจำนวนมากภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เช่นผมร่วงเป็นกระจุกบนหมอน หรือหลุดออกมาเป็นกำขณะอาบน้ำ อาจเป็นสัญญาณของโรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคโลหิตจาง หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่รุนแรง
- หากผมร่วงเร็วกว่าปกติและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และป้องกันการสูญเสียเส้นผมในระยะยาว
ลักษณะอาการผมร่วงที่ควรสังเกต
ศีรษะล้านแบบผู้ชาย
- เป็นปัญหาผมร่วงจากกรรมพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชาย โดยมักเริ่มจากแนวผมด้านหน้าร่นขึ้นเป็นรูปตัว “M” และอาจลามไปจนถึงบริเวณกลางศีรษะ
- เกิดจากผลของฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ที่ทำให้รากผมฝ่อลง และเส้นผมใหม่ที่งอกขึ้นมามีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จนหยุดงอกในที่สุด
- มักเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 20-30 ปี และอาจพัฒนาไปสู่ภาวะศีรษะล้านถาวรหากไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ
ผมร่วงเป็นหย่อม
- เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าโจมตีรากผม ทำให้เกิดผมร่วงเป็นหย่อมๆ บนหนังศีรษะ อาจเป็นหย่อมเล็กหรือขยายเป็นวงกว้าง
- ผมร่วงประเภทนี้มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และบางกรณีอาจทำให้ขนบริเวณอื่นเช่น คิ้ว หรือขนตา ร่วงตามไปด้วย
- แม้ว่าผมบางกรณีจะสามารถงอกกลับมาได้เอง แต่ในบางคนอาจลุกลามเป็นศีรษะล้านทั่วทั้งศีรษะหรือทั่วร่างกาย
ศีรษะล้านแบบผู้หญิง
- พบในผู้หญิงที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์หรือฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งต่างจากผู้ชายที่มักมีแนวผมร่น ผู้หญิงจะมีลักษณะผมบางทั่วกลางศีรษะโดยเฉพาะบริเวณแสกผม
- ฮอร์โมน DHT มีผลทำให้เส้นผมที่งอกใหม่มีขนาดเล็กลง บางลง และอ่อนแอขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดภาวะผมบางแบบถาวร
- อาการนี้มักเกิดขึ้นชัดเจนในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือนที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง อย่างตอนช่วงวัยทอง
โรคผมร่วงเฉียบพลัน
- เป็นภาวะที่เส้นผมร่วงมากผิดปกติทั่วทั้งศีรษะ ไม่ได้เกิดเป็นหย่อมหรือแนวร่นแบบศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์
- มักเกิดจากปัจจัยภายนอกเช่น ความเครียดสะสม การขาดสารอาหาร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยา
- ผมร่วงประเภทนี้มักเกิดขึ้นชั่วคราว และสามารถฟื้นฟูกลับมาได้หากแก้ไขสาเหตุที่ทำให้ผมร่วง เช่น การปรับโภชนาการ ลดความเครียด หรือหยุดใช้ยาที่มีผลกระทบต่อเส้นผม
ผู้ชายและผู้หญิง ใครมีโอกาสเกิดผมบางได้มากกว่ากัน?
หากพูดถึงปัญหาผมบางและศีรษะล้าน ผู้ชายมักเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะจาก กรรมพันธุ์และฮอร์โมนศีรษะล้านแบบผู้ชาย เกิดจากฮอร์โมน DHT ที่ส่งผลให้รากผมฝ่อลงเรื่อยๆ จนผมหยุดงอกใหม่ ผู้ชายส่วนใหญ่มักเริ่มมีแนวผมร่นขึ้นเป็นรูปตัว “M” หรือผมบางบริเวณกลางศีรษะตั้งแต่อายุ 20-30 ปี และอาจลุกลามจนเกิดภาวะศีรษะล้านถาวรหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม
ส่วนผู้หญิง แม้โอกาสเกิดศีรษะล้านจะน้อยกว่าผู้ชาย แต่ก็มีความเสี่ยงผมบางจากฮอร์โมนและภาวะสุขภาพ โดยเฉพาะช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงเช่น หลังคลอด หรือวัยหมดประจำเดือน ผมบางในผู้หญิงมักเกิดในรูปแบบผมบางกระจายทั่วศีรษะ หรือแนวแสกผมที่กว้างขึ้น แต่อาการจะไม่รุนแรงเท่าผู้ชาย และมักยังคงมีเส้นผมปกคลุมหนังศีรษะอยู่ อย่างไรก็ตามหากผมบางเกิดจากความเครียด โรคไทรอยด์ หรือขาดสารอาหาร ผมสามารถฟื้นตัวได้หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม สรุปแล้วผู้ชายมีโอกาสเกิดผมบางถาวรได้มากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงก็ยังมีโอกาสผมบางได้จากปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อรากผมครับ
บทความน่ารู้: ผู้หญิงผมร่วงเยอะมาก แก้ยังไงดี เกิดจากอะไร
แนะนำ 5 วิธีแก้ผมร่วงหนักมาก ให้ผมกลับมาหนา
ยิ่งแก้ไขเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้เส้นผมกลับมาแข็งแรงเร็วขึ้น มาดูกันครับว่า 5 วิธีไหนบ้างที่ช่วยให้ผมหยุดร่วง และกลับมาดูหนาขึ้นได้จริง
ปรับโภชนาการ บำรุงรากผมจากภายใน
เส้นผมต้องการสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อให้รากผมแข็งแรงและเส้นผมงอกใหม่ได้เต็มที่ ถ้าร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ผมจะอ่อนแอ ร่วงง่าย และขึ้นใหม่ช้า ดังนั้น ควรเน้นอาหารที่ช่วยบำรุงรากผม เช่น
- โปรตีน – ไข่ อกไก่ ปลาแซลมอน และเต้าหู้ เป็นแหล่งโปรตีนที่ช่วยสร้างเคราตินให้เส้นผมแข็งแรง
- ธาตุเหล็ก – ผักใบเขียว ตับ เนื้อแดง ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงรากผมดีขึ้น
- ไบโอติน และซิงค์ – อะโวคาโด ถั่ว เมล็ดฟักทอง ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม
- โอเมก้า 3 และวิตามิน D – น้ำมันปลา ปลาทะเลลึก และแสงแดดยามเช้า ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม
ใช้แชมพูและเซรั่มที่ช่วยลดผมร่วง
การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมีผลต่อการฟื้นฟูรากผม ควรเลือกแชมพูที่อ่อนโยน ไม่มีซัลเฟต และช่วยบำรุงรากผม เช่น แชมพูที่มี คาเฟอีน ไบโอติน หรือเคราติน ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ ทำให้รากผมแข็งแรงขึ้น
- Minoxidil – เซรั่มกระตุ้นรากผมที่ได้รับการรับรองว่าสามารถช่วยให้ผมงอกใหม่ได้ดี
- Growth Factor & Peptide – ช่วยบำรุงรากผมและเพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผมที่งอกใหม่
- คาเฟอีน และไบโอติน – ช่วยลดการหลุดร่วง และเพิ่มการเจริญเติบโตของเส้นผม
ลดความเครียด และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมร่วงหนักขึ้น เมื่อร่างกายเครียดมาก ๆ จะไปกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งส่งผลให้รากผมอ่อนแอและเข้าสู่ระยะพักตัวเร็วขึ้น ทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติ วิธีลดความเครียดที่ช่วยให้ผมกลับมาแข็งแรง ได้แก่
- ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น โยคะ วิ่ง หรือว่ายน้ำ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
- ทำสมาธิ หรือฝึกหายใจลึกๆ เพื่อลดระดับความเครียด
- นอนหลับให้เพียงพอ วันละ 7-9 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูรากผม
ทำทรีทเม้นต์กระตุ้นรากผม
หากผมร่วงมากจนเริ่มเห็นหนังศีรษะ หรือรู้สึกว่าผมขึ้นใหม่ช้า การทำทรีทเม้นต์กระตุ้นรากผมสามารถช่วยให้เส้นผมกลับมาแข็งแรงได้เร็วยิ่งขึ้น
- PRP (Platelet-Rich Plasma) – เป็นการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นของตัวเองเข้าสู่หนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม
- Low-Level Laser Therapy (LLLT) – การใช้เลเซอร์พลังงานต่ำเพื่อกระตุ้นการทำงานของรากผม ทำให้ผมงอกใหม่เร็วขึ้น
ปลูกผมถาวร สำหรับผู้ที่ผมบางมาก
หากลองวิธีอื่นแล้วผมยังร่วงมากหรือศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์จนผมไม่สามารถงอกใหม่ได้ การปลูกผมถาวรเป็นตัวเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างถาวร
- FUE (Follicular Unit Extraction) – ใช้วิธีเจาะรากผมออกมาทีละกอแล้วปลูกใหม่ ข้อดีคือ แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และได้แนวผมที่เป็นธรรมชาติ
- DHI (Direct Hair Implantation) – ใช้เทคนิคปลูกผมโดยไม่ต้องเจาะช่องก่อน ทำให้เส้นผมขึ้นแน่นและดูธรรมชาติมากกว่า
- Long Hair FUE – ปลูกผมโดยไม่ต้องโกนผมด้านหลัง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผมดูเป็นธรรมชาติทันทีหลังทำ และกลับไปทำงานได้ตามปกติได้เลย
บทความน่ารู้: ปลูกผม แบบไหนดี รู้ทุกเรื่อง! DHI vs FUE ควรเลือกปลูกผมวิธีไหน
ปลูกผมถาวร ทางลัดสำหรับคนผมร่วง ผมบาง
การปลูกผมถาวรคืออะไร?
การปลูกผมถาวรเป็นวิธีแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง และศีรษะล้านแบบถาวร โดยใช้เทคนิคทางการแพทย์ในการย้ายรากผมที่แข็งแรงจากบริเวณท้ายทอยหรือด้านข้างศีรษะ ไปปลูกใหม่ในบริเวณที่ผมบางหรือไม่มีผม ผมที่ปลูกใหม่จะสามารถเจริญเติบโตได้ตามธรรมชาติ ไม่หลุดร่วงง่าย เพราะรากผมที่นำมาใช้ปลูกจะไม่มีผลต่อฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดศีรษะล้านในผู้ชาย
ปลูกผมถาวรช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบางได้จริงไหม?
การปลูกผมเป็นวิธีที่ช่วยให้ผมขึ้นใหม่ได้จริง แต่ไม่ได้ช่วยหยุดปัญหาผมร่วงในบริเวณที่ไม่ได้รับการปลูก ดังนั้น หากยังมีแนวโน้มผมร่วงจากฮอร์โมนหรือกรรมพันธุ์ อาจต้องใช้ยาหรือทรีทเม้นต์ช่วยควบคุมร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม การปลูกผมเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีปัญหาผมบางแบบถาวร เพราะเป็นการนำรากผมของตัวเองมาปลูก ทำให้เส้นผมที่ขึ้นใหม่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้ตลอดชีวิต
บทความน่ารู้: ปลูกผม ทางออกสำหรับผู้ศรีษะล้าน มีแบบไหนบ้าง ราคาเท่าไหร่
ปรึกษาวิธีแก้ผมร่วง ผมบางกับ 42G
วิเคราะห์ปัญหาผมร่วง ผมบางแบบเฉพาะบุคคล
ก่อนตัดสินใจรักษา ควรได้รับการวิเคราะห์ปัญหาอย่างละเอียด 42G Clinic มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถวินิจฉัยสาเหตุของผมร่วง ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน หรือปัจจัยอื่นๆ จากนั้นจะช่วยแนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
42G Clinic – ศูนย์รวมเทคนิคปลูกผมที่ครบวงจร
ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาผมบางระดับไหน 42G มีทางออกให้ครบ ตั้งแต่เทคนิคปลูกผมแบบ FUE, DHI, Long Hair FUE ไปจนถึงการกระตุ้นรากผมด้วย PRP และ LLLT ให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผมร่วง ผมบาง
ลดน้ำหนักทำให้ผมร่วง ผมบางจริงไหม?
จริงครับ! การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือการอดอาหาร อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยเฉพาะโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และไบโอติน ซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่ช่วยบำรุงรากผม หากร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ รากผมจะอ่อนแอลง เส้นผมที่งอกใหม่จะบางลง และอาจเกิดภาวะผมร่วงชั่วคราวได้ หากต้องการลดน้ำหนัก ควรเลือกวิธีที่ไม่กระทบต่อสุขภาพเส้นผมเช่น การรับประทานอาหารให้ครบหมู่ และหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบหักโหม
กินผงชูรสเยอะ ผมขาดร่วง ผมบางจริงไหม?
ไม่จริงโดยตรงครับ! ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ว่าผงชูรสทำให้ผมร่วงหรือผมบางโดยตรง แต่ในบางคนที่มีอาการแพ้หรือไวต่อผงชูรส อาจเกิดผลข้างเคียงเช่น ปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อสุขภาพร่างกายและอาจมีผลต่อเส้นผมได้ อาหารที่มีผงชูรสสูงมักเป็นอาหารแปรรูปที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ หากร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอก็อาจทำให้ผมร่วงได้ทางอ้อม
ทานยาคุม ส่งผลให้ผมบางจริงหรือไม่?
จริงครับ! ยาคุมกำเนิดบางประเภทอาจทำให้ผมบางลงได้ โดยเฉพาะยาคุมที่มีผลต่อระดับฮอร์โมนเพศหญิง เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เมื่อหยุดทานหรือเปลี่ยนยาคุม ร่างกายอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งอาจทำให้วงจรเส้นผมเปลี่ยนไปและเกิดผมร่วงแบบชั่วคราวได้ และยาคุมที่มีโปรเจสเตอโรนสูงอาจกระตุ้นฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นตัวการทำให้รากผมฝ่อและเส้นผมบางลงได้ ถ้าหากกังวลเรื่องผมร่วงจากยาคุม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกสูตรที่เหมาะสมกับร่างกายครับ
รังแคทำให้ผมร่วง ผมบาง หรือไม่?
อาจส่งผลได้ในบางกรณีครับ รังแคเป็นภาวะที่เกิดจาก ความผิดปกติของหนังศีรษะเช่น หนังศีรษะแห้ง หรือการติดเชื้อราบางชนิด ซึ่งทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง และลอกเป็นขุย หากมีอาการคันมากแล้วเผลอเกาศีรษะบ่อยๆ อาจทำให้รากผมอักเสบและส่งผลให้เส้นผมหลุดร่วงง่ายขึ้น นอกจากนี้หากรังแครุนแรงจนเกิดภาวะผิวหนังอักเสบจากไขมันมากผิดปกติ อาจทำให้หนังศีรษะอ่อนแอและส่งผลให้เกิดผมร่วงเรื้อรังได้
ผมบางมาก ถ้ายิ่งตัดผมสั้นจะมีผลอะไรไหม?
การตัดผมสั้นไม่ได้ช่วยให้เส้นผมหนาขึ้นหรือแก้ปัญหาผมบางโดยตรงครับ แต่สามารถช่วยให้ผมดูหนาขึ้นทางสายตาได้ เพราะผมสั้นจะมีวอลลุ่มและดูพองขึ้นกว่าผมยาว นอกจากนี้ การตัดผมสั้นยังช่วยลดน้ำหนักของเส้นผม ทำให้รากผมไม่ต้องรับภาระหนักเกินไป ปัญหาผมบางเกิดจากรากผม ไม่ใช่ความยาวของเส้นผม ถ้าผมบางจากกรรมพันธุ์หรือฮอร์โมน ตัดผมสั้นก็ไม่ได้ช่วยให้เส้นผมกลับมาหนาได้ ต้องใช้การดูแลรากผมหรือการรักษาเพิ่มเติม เช่น PRP หรือการปลูกผม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นครับ
สนใจเสริมจมูก: Pmed Clinic เสริมจมูก