ผู้หญิงผมร่วง ผมบางควรปลูกผมถาวรแบบไหนดี?

ผู้หญิงผมร่วง ผมบาง
ผู้หญิงผมร่วง ผมบาง ควรเลือกปลูกผมถาวรแบบไหนดี? เปรียบเทียบเทคนิคปลูกผมสำหรับผู้หญิง แก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้านให้ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปัญหาหนักใจของผู้หญิงของใครหลายๆ คนคือ ผมร่วง ผมบาง ที่เกิดขึ้นจนเห็นหนังศีรษะชัดขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ความมั่นใจลดลง และอาจทำให้รู้สึกไม่กล้าออกไปพบปะผู้คน หลายคนอาจเคยลองใช้แชมพูบำรุง ทานอาหารเสริม หรือใช้เซรั่มกระตุ้นรากผม แต่ปัญหาก็ยังไม่ดีขึ้น ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าผู้หญิงควรเลือกปลูกผมแบบไหนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

ผู้หญิงผมร่วง ผมบางเกิดจากสาเหตุอะไร?

  1. ฮอร์โมนไม่สมดุล
    ระดับฮอร์โมนมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเส้นผม โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งช่วยให้เส้นผมแข็งแรง เมื่อระดับฮอร์โมนเหล่านี้ลดลงเช่น ในช่วงหมดประจำเดือน หรือหลังคลอด เส้นผมจะบางลงและร่วงง่ายขึ้น อีกทั้งฮอร์โมน DHT ที่เป็นสาเหตุของศีรษะล้านในผู้ชาย ก็สามารถส่งผลกระทบต่อผู้หญิงได้เช่นกัน โดยทำให้รากผมอ่อนแอลงและหยุดการเจริญเติบโต
  2. กรรมพันธุ์
    หากในครอบครัวมีประวัติผมบางจากพันธุกรรม โอกาสที่ผู้หญิงจะเผชิญปัญหานี้ก็สูงขึ้น โดยอาการผมร่วงจากกรรมพันธุ์ในผู้หญิงมักเกิดขึ้นแบบกระจายทั่วศีรษะ แทนที่จะเป็นศีรษะล้านเป็นหย่อมๆ เหมือนในผู้ชาย แนวไรผมด้านหน้ามักจะไม่ร่นขึ้นมากนัก แต่เส้นผมจะเล็กลงและบางลงเรื่อยๆ
  3. ความเครียดและไลฟ์สไตล์
    ความเครียดเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อร่างกายในหลายด้าน รวมถึงระบบไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงรากผม เมื่อเครียดมาก ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผมร่วงมากกว่าปกติ การพักผ่อนน้อย อดนอน หรือทำงานหนักเกินไปก็มีส่วนทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น
  4. โภชนาการที่ไม่สมดุล
    การขาดสารอาหารที่จำเป็นเช่น ธาตุเหล็ก โปรตีน ไบโอติน วิตามิน D และสังกะสี สามารถทำให้รากผมอ่อนแอและเส้นผมหลุดร่วงได้ การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือการรับประทานอาหารที่มีสารอาหารไม่เพียงพอ อาจทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม
  5. การใช้ผลิตภัณฑ์ทำผมและสารเคมี
    การใช้แชมพูที่มีสารเคมีรุนแรง การทำสีผม ดัด ยืด หรือใช้ความร้อนจัดแต่งทรงผมบ่อยๆ อาจทำให้เส้นผมแห้งเสีย และเกิดการขาดหลุดร่วงมากขึ้น นอกจากนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์หรือซิลิโคนเป็นส่วนประกอบ อาจทำให้หนังศีรษะอุดตัน ส่งผลให้รากผมอ่อนแอลง
  6. โรคและภาวะสุขภาพบางอย่าง
    โรคบางชนิดอาจทำให้ผมร่วงมากขึ้นเช่น โรคไทรอยด์ โรคโลหิตจาง โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือแม้แต่ภาวะหลังการติดเชื้ออย่าง COVID-19 ก็สามารถทำให้เกิดผมร่วงชั่วคราวได้ นอกจากนี้ การรับประทานยาบางชนิดเช่น ยาคุมกำเนิด ยารักษาสิวที่มีฮอร์โมน หรือยาลดความดันโลหิต ก็อาจส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้น
  7. การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย
    เมื่ออายุเพิ่มขึ้นระบบการเจริญเติบโตของเส้นผมจะทำงานช้าลง เส้นผมอาจขึ้นช้ากว่าที่ร่วงไป ทำให้ผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทอง การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนส่งผลให้รากผมอ่อนแอ และเกิดผมบางกระจายทั่วศีรษะ

บทความน่ารู้: ผู้หญิงผมร่วงเยอะมาก แก้ยังไงดี เกิดจากอะไร

ผู้หญิงปลูกผมได้ไหม? ถ้ามีปัญหาผมร่วง ผมบาง ควรเลือกปลูกผมถาวรเทคนิคไหนดี?

ผู้หญิงสามารถปลูกผมได้ครับ! หลายคนอาจเข้าใจว่าการปลูกผมเป็นเรื่องของผู้ชายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้หญิงที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือแนวผมร่น ก็สามารถปลูกผมได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ปัญหาผมบางเกิดจากกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน หรือสาเหตุที่ทำให้เส้นผมไม่สามารถงอกขึ้นเองได้ตามปกติ การปลูกผมถาวรจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มเส้นผมให้กลับมาดูหนาและเป็นธรรมชาติอีกครั้ง

สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาผมบางหรือแนวผมร่น และต้องการปลูกผมแต่ไม่อยากให้เห็นรอยโกนผม Long Hair FUE เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด หากคุณต้องการให้เส้นผมกลับมาดูหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและมั่นใจยิ่งขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อออกแบบแนวผมและจำนวนกราฟต์ที่เหมาะสมกับสภาพเส้นผมของคุณครับ

สนใจปลูกผมถาวร: 42G Clinic ปลูกผม

ปัญหาผมบางและศีรษะล้านของผู้หญิงต่างจากผู้ชายอย่างไร?

ปัญหาผมบางและศีรษะล้านเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่ลักษณะของปัญหานี้ แตกต่างกันอย่างมาก ทั้งในเรื่องของสาเหตุ รูปแบบการหลุดร่วง และผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ชายมักเผชิญกับศีรษะล้านแบบชัดเจน ขณะที่ผู้หญิงมักมีอาการผมบางแบบกระจายตัวมากกว่า

  1. ลักษณะการหลุดร่วงของเส้นผม
  • ผู้ชายมักมีปัญหาศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ ซึ่งเกิดจากฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ทำให้แนวไรผมถอยร่น หรือมีผมบางบริเวณกลางศีรษะเป็นลักษณะ “M-shape” และอาจลุกลามจนเกิดศีรษะล้านแบบถาวร
  • ผู้หญิงมักมีปัญหาผมบางแบบกระจายทั่วศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ แต่ไม่ค่อยเกิดศีรษะล้านแบบเป็นหย่อมเหมือนในผู้ชาย แนวไรผมของผู้หญิงมักไม่ร่นขึ้นชัดเจน

 

  1. สาเหตุที่ทำให้ผมบางและศีรษะล้าน
  • ผู้ชายส่วนใหญ่มักเกิดจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน โดยฮอร์โมน DHT จะทำให้รากผมเล็กลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถงอกขึ้นใหม่ได้
  • ผู้หญิงปัญหาผมบางอาจเกิดจาก หลายปัจจัยเช่น ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง (โดยเฉพาะหลังคลอดหรือวัยทอง) ความเครียด โภชนาการที่ไม่สมดุล หรือการใช้สารเคมีและความร้อนกับเส้นผมบ่อยๆ

 

  1. การรักษาและแนวทางแก้ไขต่างกัน
  • ผู้ชายที่มีภาวะศีรษะล้านจากฮอร์โมน อาจต้องใช้ยาชะลอผมร่วงเช่น Finasteride หรือ Minoxidil และในกรณีที่สูญเสียเส้นผมจำนวนมาก การปลูกผมถาวรเป็นวิธีที่ช่วยให้ผมกลับมาดูหนาแน่นได้
  • ผู้หญิงมักรักษาโดยเน้นการปรับสมดุลฮอร์โมน บำรุงเส้นผมด้วย PRP หรือ Growth Factors และใช้แชมพูหรือเซรั่มกระตุ้นรากผม หากมีปัญหาผมบางมาก การปลูกผมด้วยเทคนิค Long Hair FUE หรือ DHI เป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีการปลูกผมถาวรที่สามารถใช้กับผู้หญิงได้

Long Hair FUE – ปลูกผมโดยไม่ต้องโกนผม

เหมาะสำหรับ: ผู้หญิงที่ต้องการปลูกผมแต่ไม่อยากให้ใครสังเกตเห็นว่าผ่านการทำหัตถการ

Long Hair FUE เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ สามารถปลูกผมได้โดยไม่ต้องโกนผมบริเวณที่นำรากออก ต่างจาก FUE ทั่วไปที่ต้องโกนผมด้านหลังศีรษะก่อนทำ เทคนิคนี้ช่วยให้ผู้หญิงสามารถเห็นผลลัพธ์ของแนวผมใหม่ได้ทันทีหลังปลูก โดยไม่ต้องรอให้ผมขึ้นใหม่ ผมที่ปลูกจะกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิม ทำให้ไม่มีใครสังเกตได้ว่าเพิ่งปลูกผมมา

ข้อดีของ Long Hair FUE

  • ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง ทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • เห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังปลูก เส้นผมที่ปลูกสามารถยาวต่อไปได้ตามธรรมชาติ
  • ไม่มีรอยแผลเป็นยาว เพราะใช้หัวเจาะขนาดเล็ก ลดรอยแผลเป็นที่มองเห็นได้
  • ฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย

 

DHI – ปลูกผมแน่นและดูเป็นธรรมชาติ

เหมาะสำหรับ: ผู้หญิงที่ต้องการแนวผมที่เป็นธรรมชาติ หรือมีปัญหาผมบางเฉพาะจุด

เทคนิค DHI เป็นเทคนิคที่พัฒนามาจาก FUE โดยใช้ Choi Implanter Pen ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถปลูกเส้นผมใหม่ลงไปในหนังศีรษะได้โดยตรง โดยไม่ต้องเปิดแผลเจาะช่องก่อนปลูก ทำให้แนวผมที่ปลูกออกมามีความหนาแน่นและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ เทคนิคนี้ยังช่วยให้สามารถควบคุม ทิศทาง องศา และความลึกของเส้นผมที่ปลูก ได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการแก้ไขแนวไรผมให้ดูสมบูรณ์ขึ้น

ข้อดีของ DHI

  • แนวผมที่ปลูกดูเป็นธรรมชาติ เพราะสามารถควบคุมทิศทางของเส้นผมได้ละเอียด
  • ปลูกผมได้แน่นขึ้นกว่าวิธีอื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความหนาเฉพาะจุด
  • ลดโอกาสที่รากผมจะเสียหาย เพราะรากผมอยู่นอกร่างกายน้อยกว่าการปลูกผมแบบ FUE ปกติ

 

บทความน่ารู้: ปลูกผม แบบไหนดี รู้ทุกเรื่อง! DHI vs FUE ควรเลือกปลูกผมวิธีไหน

เทียบกันชัดๆ ผู้หญิงควรปลูกผมถาวรแบบไหนดี?

เทคนิคปลูกผมต้องโกนผมหรือไม่เห็นผลลัพธ์ทันทีไหมความเป็นธรรมชาติจำนวนกราฟต์ที่ปลูกได้ระยะเวลาพักฟื้นเหมาะกับใคร
Long Hair FUEไม่ต้องโกนผมเห็นผลทันทีมีความเป็นธรรมชาติสูงเหมาะกับการปลูกเฉพาะจุดฟื้นตัวเร็วผู้หญิงที่ต้องการปลูกผมโดยไม่ต้องโกน และอยากเห็นผลลัพธ์ทันที
DHI (Direct Hair Implantation)ไม่ต้องโกนผมต้องรอให้ผมงอกใหม่แน่นและดูเป็นธรรมชาติปลูกได้แน่นกว่าเทคนิค FUE ปกติฟื้นตัวเร็วผู้หญิงที่ต้องการปลูกผมให้แน่น และควบคุมแนวผมให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
FUE (Follicular Unit Extraction)ต้องโกนผมบางส่วนต้องรอให้ผมงอกใหม่ธรรมชาติ แต่ต้องรอให้เส้นผมที่ปลูกขึ้นเต็มที่สามารถปลูกได้จำนวนมากฟื้นตัวปานกลางผู้หญิงที่ต้องการปลูกผมแบบดั้งเดิมและต้องการจำนวนกราฟต์มากขึ้น

ข้อดีของการปลูกผมผู้หญิง

ช่วยให้เส้นผมดูหนาขึ้นและเป็นธรรมชาติ
การปลูกผมสามารถเติมเต็มบริเวณที่มีผมบางหรือแนวผมร่นให้ดูสมบูรณ์ขึ้น ช่วยให้เส้นผมดูหนาขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ โดยใช้รากผมของตัวเอง ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าผมที่ปลูกจะไม่เข้ากับเส้นผมเดิม

แก้ปัญหาแนวผมร่นและหน้าผากกว้าง
ผู้หญิงหลายคนมีปัญหาแนวไรผมสูงหรือหน้าผากกว้าง การปลูกผมช่วยให้สามารถออกแบบแนวผมใหม่ได้ เพื่อให้ใบหน้าดูสมดุลและอ่อนเยาว์ขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมความมั่นใจให้กับรูปหน้า

ผลลัพธ์ถาวร ไม่ต้องพึ่งวิกหรือผลิตภัณฑ์ปิดผมบาง
ต่างจากวิธีการชั่วคราวอย่างการใช้วิกผมหรือไฟเบอร์ปิดผมบาง การปลูกผมเป็นการแก้ปัญหาแบบถาวร เส้นผมที่ปลูกจะสามารถยาวขึ้นและดูแลได้เหมือนผมปกติ ไม่ต้องกังวลว่าผมจะหลุดระหว่างวัน

สามารถเลือกเทคนิคที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้
ปัจจุบันมีเทคนิคปลูกผมหลายแบบเช่น Long Hair FUE ที่ไม่ต้องโกนผม หรือ DHI ที่สามารถปลูกผมได้แน่นและดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้หญิงสามารถเลือกเทคนิคที่เหมาะกับตัวเองและไลฟ์สไตล์ได้

เพิ่มความมั่นใจและช่วยให้บุคลิกภาพดีขึ้น
ผมบางอาจทำให้ผู้หญิงขาดความมั่นใจ การปลูกผมช่วยให้เส้นผมกลับมาหนาและดูเป็นธรรมชาติ ทำให้กล้าที่จะแต่งผมในทรงที่ต้องการและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

การเตรียมตัวก่อนปลูกผมสำหรับผู้หญิง

  1. ปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผมบาง
    ก่อนตัดสินใจปลูกผม ควรเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของผมบาง แพทย์จะประเมินสภาพหนังศีรษะ แนวผม และจำนวนกราฟต์ที่ต้องใช้ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับใบหน้า

  2. งดยาหรืออาหารเสริมบางชนิด
    หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดเช่น ยาแอสไพริน วิตามินอี หรืออาหารเสริมบางชนิดเช่น น้ำมันปลา และโสม ประมาณ 7-10 วันก่อนปลูกผม เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะเลือดออกมากผิดปกติขณะทำหัตถการ

  3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
    ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 7 วันก่อนปลูกผม เพราะสารเหล่านี้มีผลต่อการไหลเวียนของเลือด อาจทำให้รากผมที่ปลูกใหม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและฟื้นตัวช้าลง

  4. ล้างผมให้สะอาดก่อนวันปลูกผม
    ควรสระผมให้สะอาดในคืนก่อนทำหัตถการ และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเช่น สเปรย์ เจล หรือมูส เพื่อให้หนังศีรษะสะอาดพร้อมสำหรับการปลูกผม

  5. เตรียมเสื้อผ้าที่ใส่สบายและมีกระดุมหน้า
    ในวันปลูกผมควรใส่เสื้อที่ถอดออกง่ายเช่น เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อที่มีกระดุมหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อไปเสียดสีกับบริเวณที่ปลูกผมหลังทำเสร็จ

การดูแลหลังการปลูกผมสำหรับผู้หญิง

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเกาศีรษะ
    หลังปลูกผม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ปลูกใหม่โดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้รากผมหลุดหรือเกิดการอักเสบ

  2. สระผมตามคำแนะนำของแพทย์
    โดยปกติสามารถเริ่มสระผมได้ประมาณ 2-3 วันหลังจากปลูกผม โดยต้องใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน และล้างผมด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงการขยี้แรงๆ และใช้วิธีล้างน้ำเบาๆ แทน

  3. นอนศีรษะสูงและหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ
    ในช่วง 7 วันแรกหลังปลูกผม ควรนอนศีรษะสูงกว่าระดับปกติเล็กน้อย เพื่อลดอาการบวม และควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือให้ศีรษะสัมผัสกับหมอนโดยตรง

  4. งดออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
    ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้มีเหงื่อออกมากเช่น การออกกำลังกายหนัก การซาวน่า หรือการว่ายน้ำ ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อและช่วยให้รากผมที่ปลูกติดแน่นขึ้น

  5. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกับเส้นผม
    งดการทำสี ดัด หรือใช้สารเคมีจัดแต่งทรงผมเป็นเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนหลังปลูกผม เพื่อป้องกันไม่ให้รากผมที่ปลูกใหม่ได้รับสารเคมีที่อาจเป็นอันตราย

  6. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง
    ควรป้องกันหนังศีรษะจากแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 1 เดือนหลังปลูกผม อาจใช้หมวกที่มีเนื้อผ้านุ่ม หรือกางร่มเมื่อต้องออกแดด เพื่อป้องกันการระคายเคืองและลดความเสี่ยงของการอักเสบ

  7. ติดตามผลกับแพทย์ตามนัด
    การเข้าพบแพทย์ตามนัดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แพทย์ประเมินผลลัพธ์ และตรวจสอบว่ารากผมที่ปลูกติดดีหรือไม่ รวมถึงสามารถให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมในระยะยาว

บริการปลูกผมผู้หญิงที่ 42G

ที่ 42G Clinic เราเข้าใจว่าปัญหาผมร่วงและผมบางในผู้หญิงต้องการการดูแลที่แตกต่างจากผู้ชาย ด้วยเทคนิคที่ทันสมัยและการออกแบบแนวผมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราให้บริการปลูกผมที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เหมาะกับสรีระของเส้นผมผู้หญิง และช่วยแก้ไขปัญหาแนวผมร่นหรือผมบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมโดยเฉพาะ
ที่ 42G Clinic ทุกขั้นตอนของการปลูกผมดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกผมโดยตรง มีประสบการณ์ในเคสปลูกผมผู้หญิงจำนวนมาก และเข้าใจถึงความแตกต่างของเส้นผม โครงสร้างหนังศีรษะ และแนวผมของผู้หญิงที่ต้องการความเป็นธรรมชาติมากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้ แพทย์ยังใช้เทคนิคการปลูกผมที่พิถีพิถัน เพื่อให้เส้นผมที่ปลูกใหม่กลมกลืนกับเส้นผมเดิม

เทคนิคที่ทันสมัย ไม่ต้องโกนผม และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ที่ 42G Clinic เรามีเทคนิคปลูกผมที่หลากหลายทั้ง Long Hair FUE, DHI และ FUE ซึ่งสามารถเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยเฉพาะเทคนิค Long Hair FUE ที่สามารถปลูกผมได้โดยไม่ต้องโกนผม ทำให้ผู้หญิงสามารถเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ โดยไม่ต้องเสียเวลารอให้ผมงอกขึ้นใหม่ เทคนิคเหล่านี้ช่วยให้แนวผมที่ได้ดูแน่น หนา และเป็นธรรมชาติมากที่สุด

การออกแบบแนวผมเฉพาะบุคคลเพื่อให้เหมาะกับใบหน้า
เราให้ความสำคัญกับการออกแบบแนวไรผมและการกระจายเส้นผมให้เหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละคน เพราะการปลูกผมไม่ได้เป็นแค่การเติมเส้นผมเข้าไปในบริเวณที่บางเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความสมดุลของแนวผม ความหนาแน่นของเส้นผม และลักษณะการขึ้นของเส้นผมเดิม เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

การปลูกผมผู้หญิงมีราคาเท่าไหร่?

Long Hair FUE120,000 – 250,000 บาท
DHI (Direct Hair Implantation)100,000 – 200,000 บาท
FUE (Follicular Unit Extraction)80,000 – 180,000 บาท

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาปลูกผมผู้หญิง

  1. เทคนิคที่ใช้
    แต่ละเทคนิคมีขั้นตอนและความซับซ้อนที่แตกต่างกัน Long Hair FUE มีราคาสูงกว่า FUE ปกติ เพราะเป็นเทคนิคที่ไม่ต้องโกนผม ทำให้ใช้เวลาและความละเอียดในการทำมากกว่า

  2. จำนวนกราฟต์ที่ต้องปลูก
    ราคาปลูกผมจะขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ที่ต้องใช้ ยิ่งต้องปลูกมาก ราคาก็จะสูงขึ้นเช่น คนที่มีผมบางเพียงเล็กน้อยอาจต้องการปลูกแค่ 1,500 กราฟต์ ขณะที่คนที่มีปัญหาผมบางทั่วศีรษะอาจต้องปลูกมากกว่า 3,000 กราฟต์

  3. มาตรฐานของคลินิกและความเชี่ยวชาญของแพทย์
    คลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง มักจะมีราคาสูงกว่า แต่ก็คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่า

  4. การดูแลหลังปลูกผมและแพ็กเกจเสริม
    บางคลินิกมีแพ็กเกจดูแลหลังปลูกผมเช่น PRP (Platelet-Rich Plasma) หรือ LLLT (Low-Level Laser Therapy) เพื่อช่วยกระตุ้นรากผมให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

 

หากคุณกำลังมองหาบริการเสริมจมูกแบบ Open เทคนิคเฉพาะของหมอต้น ที่ช่วยปรับโครงสร้างจมูกให้รับกับใบหน้า ดูเป็นธรรมชาติ PMED Clinic คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Pmed Clinic เสริมจมูก

Facebook
Pinterest
Email

บทความล่าสุด

ปรึกษาแพทย์ฟรี

สอบถามเพิ่มเติมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ เกี่ยวกับบริการศัลยกรรมความงามหลากหลายรูปแบบ ที่เน้นคุณภาพและการดูแลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน