ใครที่เพิ่งปลูกผมมาแล้วเจออาการ “ผมร่วง” อีกครั้ง บอกเลยว่าไม่ใช่แค่คุณคนเดียวครับ หลายคนก็ตกใจเหมือนกันว่า “เฮ้ย! ปลูกแล้วทำไมผมยังร่วงอีกล่ะ?” ยิ่งเห็นผมที่เพิ่งปลูกเริ่มหลุดออก ยิ่งเครียดไปใหญ่ กลัวจะปลูกแล้วไม่ขึ้น หรือปลูกแล้วไม่ติดใช่ไหมครับ?
แต่ใจเย็นๆ ก่อนครับ เพราะอาการแบบนี้มีชื่อเรียกว่า Shock Loss เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติหลังปลูกผม ไม่ได้แปลว่าการปลูกล้มเหลว และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย บทความนี้จะพาไปเข้าใจว่า “ทำไมผมถึงร่วงหลังปลูก” และ “เราจะดูแลตัวเองยังไงให้ผมใหม่ขึ้นดี แข็งแรง อยู่กับเราไปนาน ๆ” มาดูกันเลยครับ
บทความน่ารู้ ปลูกผม ทางออกสำหรับผู้ศรีษะล้าน มีแบบไหนบ้าง ราคาเท่าไหร่
ปลูกผม แล้วผมร่วง เกิดจากอะไร
หลังจากผ่าตัด หนังศีรษะจะได้รับความกระทบกระเทือน ทำให้รากผมเดิมและใหม่เข้าสู่ “โหมดพัก” หรือ Telogen phase แล้วร่วงออกมาชั่วคราวครับ
- การอักเสบเล็กๆ ของหนังศีรษะ
ระหว่างการปลูกผม หนังศีรษะอาจมีการอักเสบเล็กน้อยตามธรรมชาติ อาการนี้อาจทำให้รากผมอ่อนแอและร่วงได้ในช่วงแรก - การดูแลหลังปลูกที่ไม่เหมาะสม
เช่น ขยี้แรงๆ สระผมไม่ถูกวิธี แกะสะเก็ดแผลก่อนเวลา สิ่งเหล่านี้ทำให้รากผมที่ยังไม่แข็งแรงหลุดออกมาได้ - วงจรธรรมชาติของเส้นผม
โดยปกติรากผมจะมีช่วงผลัดพักอยู่แล้ว พอเข้าสู่ระยะพัก ตัวเส้นผมจะร่วงก่อน แล้วเส้นใหม่จะค่อย ๆ ขึ้นมาแทนที่ - การติดเชื้อ
ถึงจะไม่เจอบ่อย แต่ถ้ามีการติดเชื้อที่หนังศีรษะหลังปลูกผม ก็อาจทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติได้ - แพ้ยาหรือยาชา
บางคนอาจมีอาการแพ้ยาเฉพาะช่วงสั้น ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้ผมร่วงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อร่างกายปรับตัวได้ก็จะกลับมาเป็นปกติครับ - ฮอร์โมนยังเล่นงานผมอยู่
ถ้าคุณมีภาวะผมร่วงจากฮอร์โมน (DHT) ผมที่ไม่ได้ปลูกก็ยังสามารถร่วงได้ตามธรรมชาติ ถ้าไม่ได้รับยากดฮอร์โมนควบคู่กัน - ความเครียดและโภชนาการ
หลังการผ่าตัด ร่างกายอาจเครียดหรือขาดสารอาหารบางชนิด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่กระตุ้นให้ผมร่วงได้ครับ
ปลูกผมแล้วผมร่วง เป็นเรื่องปกติไหม
คำตอบคือปกติครับ ที่คุณจะเจอกับสิ่งที่เรียกว่า “shock loss” หรือการร่วงของเส้นผมเพราะความเครียดจากการผ่าตัด เมื่อหนังศีรษะถูกเจาะมันจะส่งสัญญาณความเครียดไปทั่วบริเวณนั้น ทำให้เส้นผมที่อยู่ใกล้เคียงอาจจะเข้าสู่ระยะพักตัวและหลุดร่วงออกมา แต่ไม่ต้องกังวล เพราะรากผมยังฝังตัวอยู่ดีในหนังศีรษะ และกำลังฟื้นตัวอยู่นะครับ เส้นผมจะเริ่มงอกใหม่ช่วงเดือนที่ 3–4 และจะค่อย ๆ หนาขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นผลชัดเจนในช่วง 6–12 เดือน ดังนั้นขอแค่ใจเย็น ดูแลดี ๆ ผลลัพธ์ดีแน่นอนครับ
ปลูกผม แล้วผมร่วง แก้อย่างไร
ใจเย็นและให้เวลา – อย่าตกใจกับการร่วงในช่วงแรกครับ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติ โดยทั่วไปผมจะเริ่มงอกใหม่ภายใน 3-4 เดือน และคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหลังจาก 6-12 เดือน
ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด – ปฏิบัติตามคำแนะนำการดูแลหลังการปลูกผม ไม่แกะเกาหรือขยี้บริเวณที่ปลูกผม และสระผมอย่างนุ่มนวลตามคำแนะนำของแพทย์
ใช้ยากระตุ้นการงอกของเส้นผม – ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยามิน็อกซิดิล ซึ่งเป็นยาทาหนังศีรษะที่ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผมและชะลอการร่วง
พิจารณาการใช้ยาฟินาสเตอไรด์ – สำหรับผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วงจากฮอร์โมน อาจพิจารณาใช้ยาฟินาสเตอไรด์ ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดการผลิตฮอร์โมน DHT ที่เป็นสาเหตุของผมร่วง
ดูแลโภชนาการ – รับประทานอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดี วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของเส้นผมเช่น วิตามินบี ธาตุเหล็ก สังกะสี และโอเมก้า-3
หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนและสารเคมีกับผม – งดใช้เครื่องเป่าผม เครื่องหนีบผม การย้อมสี หรือการดัดผมในช่วงแรกหลังการปลูกผม เพื่อไม่ให้กระทบกับกระบวนการฟื้นตัว
จัดการความเครียด – ลดความเครียดด้วยการออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือกิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆ เนื่องจากความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดผมร่วงได้
ตรวจติดตามกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ – เข้าพบแพทย์ผู้ทำการปลูกผมตามนัดเพื่อติดตามผล หากมีอาการผิดปกติเช่น อาการปวด บวม แดง หรือมีหนอง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
พิจารณาการรักษาเสริม – บางกรณีอาจจะต้องพิจารณาการรักษาเสริมเช่น PRP (Platelet-Rich Plasma) ที่ใช้เกล็ดเลือดของคุณเองมากระตุ้นการงอกของเส้นผมและการฟื้นตัวของรูขุมขน
ปลูกผม แล้วผมร่วงแบบไหน ต้องรีบมาพบหมอ
จริงๆ แล้วการที่ผมร่วงหลังการปลูกผมเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากๆ และในหลายกรณีก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติ แต่ก็มีบางกรณีที่เราควรให้ความสนใจเป็นพิเศษครับ
ผมร่วงมากผิดปกติพร้อมอาการปวดรุนแรง – หากมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่หนังศีรษะร่วมกับการร่วงของเส้นผมจำนวนมาก อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรงหรือปฏิกิริยาแพ้
มีหนองหรือของเหลวไหลออกจากบริเวณที่ปลูกผม – อาการเหล่านี้บ่งชี้ถึงการติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทันที การปล่อยไว้อาจทำให้รูขุมขนเสียหายถาวร
หนังศีรษะบวม แดง และร้อนผิดปกติ – อาการอักเสบรุนแรงเกินกว่าที่ควรจะเป็นในช่วงฟื้นตัวปกติ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือปฏิกิริยาแพ้ที่ต้องการการรักษาเร่งด่วน
ผมร่วงพร้อมกับมีไข้หรืออาการทั่วร่างกาย – หากมีไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียร่วมกับผมร่วง อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
ผมร่วงและเส้นผมที่ปลูกไม่ยึดเกาะกับหนังศีรษะ – หากสังเกตว่าบริเวณที่ปลูกผมมีการหลุดลอกหรือเส้นผมไม่ยึดติดกับหนังศีรษะเป็นบริเวณกว้าง อาจเป็นปัญหาเกี่ยวกับเทคนิคการปลูกหรือการดูแลหลังการผ่าตัด
อาการแพ้รุนแรง เช่น ลมพิษ หรือหายใจลำบาก – หากมีอาการแพ้ทั่วร่างกายหลังการปลูกผม นี่เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาทันที
ผมร่วงต่อเนื่องหลังจาก 4-6 เดือน – โดยปกติ Shock loss จะเริ่มฟื้นตัวภายใน 3-4 เดือน หากผมยังคงร่วงต่อเนื่องหลังจากนั้น อาจมีปัญหาอื่นที่ต้องได้รับการตรวจสอบ
อาการที่พบได้หลังปลูกผม
- รู้สึกชาๆ ที่หนังศีรษะ
หลังปลูกผม หลายคนจะรู้สึกเหมือนหนังศีรษะ “ชาๆ มึนๆ” อยู่บ้าง ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ เพราะระหว่างผ่าตัด เส้นประสาทเล็กๆ ใต้ผิวหนังอาจถูกกระทบนิดหน่อย ทำให้รู้สึกชาได้ โดยปกติแล้วอาการนี้จะค่อยๆ หายไปเองใน 2–8 สัปดาห์ แต่ถ้าชานานเกิน 3 เดือน แนะนำให้กลับไปปรึกษาคุณหมอเพื่อความมั่นใจครับ - ผมร่วงชั่วคราว หรือ Shock Loss
เจอบ่อยมากครับกับอาการนี้ หลายคนตกใจว่า “อ้าว ปลูกผมแล้วทำไมยังร่วงอีกล่ะ?” จริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติมาก เพราะร่างกายเราตอบสนองต่อความเครียดจากการผ่าตัด เส้นผมที่ปลูกใหม่ (รวมถึงผมเดิมรอบๆ) อาจร่วงออกในช่วง 2–3 สัปดาห์หลังปลูก แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ประมาณเดือนที่ 3–4 ผมใหม่จะค่อยๆ งอกกลับมาเองครับ - มีรอยแผลหรือรูเล็ก ๆ ด้านหลังศีรษะ
ถ้าใช้เทคนิค FUE จะมีรอยรูเล็กๆ กระจายอยู่ในจุดที่หมอเก็บรากผม ซึ่งรูพวกนี้จะค่อย ๆ จางลงใน 7–10 วัน และอาจใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์กว่าจะหายสนิทครับ - คันหนังศีรษะ
ถ้าเริ่มรู้สึกคัน ๆ แถวจุดที่ปลูกผม ก็ไม่ต้องตกใจครับ เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้จากการฟื้นฟูผิว และบางคนจะมีสะเก็ดแผลเล็ก ๆ ขึ้นมา แนะนำว่าอย่าเกา อย่าแกะสะเก็ดนะครับ เพราะอาจทำให้รูขุมขนที่เพิ่งปลูกอ่อนแอ หรือเกิดการติดเชื้อได้ - หน้าบวม หน้าผากบวม
อันนี้หลายคนเจอเหมือนกัน โดยเฉพาะช่วง 2–5 วันแรกหลังปลูกผม จะรู้สึกว่าหน้าผากหรือหน้าบวมๆ นิดๆ ซึ่งเกิดจากของเหลวที่ใช้ในขั้นตอนผ่าตัดหรือการอักเสบเล็กๆ จากแผล แต่ไม่ต้องกังวลครับ ส่วนใหญ่จะหายไปเองภายใน 4–7 วัน ถ้านอนหนุนหมอนสูงๆ และประคบเย็นเบาๆ ก็ช่วยลดบวมได้ดีเลยครับ
เทคนิคการปลูกผมที่เป็นที่นิยม
FUE (Follicular Unit Extraction)
FUE เป็นเทคนิคการปลูกผมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน โดยมีลักษณะเด่นคือ:
- วิธีการ: แพทย์จะเก็บเส้นผมทีละหน่วย (follicular unit) จากบริเวณผู้บริจาค (donor area) ซึ่งมักเป็นด้านหลังและด้านข้างของศีรษะ
- การเก็บเส้นผม: ใช้เครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า punch ขนาดเล็ก (0.6-1.0 มม.) เจาะดึงหน่วยเส้นผมออกมาทีละหน่วย
- รอยแผล: ทิ้งรอยแผลเป็นจุดเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
- ระยะพักฟื้น: ใช้เวลาฟื้นตัวเร็ว ประมาณ 7-10 วัน
- ข้อดี: ไม่มีแผลเป็นเส้นยาว ความเจ็บปวดน้อย กลับมาทำงานได้เร็ว
DHI (Direct Hair Implantation)
DHI เป็นเทคนิคที่พัฒนาต่อยอดจาก FUE โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างดังนี้:
- วิธีการ: เริ่มด้วยการเก็บหน่วยเส้นผมด้วยวิธี FUE แต่การปลูกจะใช้เครื่องมือพิเศษเรียกว่า Implanter Pen
- การปลูกผม: แพทย์ใช้ Implanter Pen บรรจุหน่วยเส้นผมและปลูกลงบนหนังศีรษะโดยตรง
- ความแม่นยำ: สามารถควบคุมความลึก ทิศทาง และมุมของเส้นผมได้แม่นยำกว่า FUE แบบดั้งเดิม
- การฟื้นตัว: ฟื้นตัวเร็ว และมีโอกาสเกิดการบวมน้อยกว่า
- ข้อดี: เส้นผมที่ปลูกเกิดความเสียหายน้อยลง เนื่องจากอยู่นอกร่างกายในเวลาสั้นกว่า
Long Hair Transplant
เทคนิคนี้เป็นรูปแบบพิเศษของ FUE หรือ DHI ที่มีความแตกต่างคือ:
- วิธีการ: เก็บเส้นผมยาวจากบริเวณผู้บริจาค โดยไม่ต้องโกนผมทั้งศีรษะ
- การปลูกผม: ปลูกเส้นผมยาวลงบนบริเวณที่ต้องการ
- ผลลัพธ์ที่มองเห็น: ผู้ป่วยสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที
- ข้อดี: ไม่ต้องโกนศีรษะ สามารถปกปิดการทำหัตถการได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้ว่าทำการปลูกผม
- ข้อจำกัด: มีความซับซ้อนในการทำมากกว่า อาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง
บทความน่ารู้ ปลูกผม แบบไหนดี รู้ทุกเรื่อง! DHI vs FUE ควรเลือกปลูกผมวิธีไหน
หลังปลูกผมควรดูแลตัวเองอย่างไร
การดูแลตัวเองหลังปลูกผมเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดี และช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่างๆ ได้ นี่คือวิธีการดูแลตัวเองที่ควรทำ:
24-48 ชั่วโมงแรก
- นอนให้ศีรษะสูง – ควรนอนหนุนหมอน 2-3 ใบเพื่อให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อลดอาการบวมและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
- ประคบเย็น – ใช้น้ำแข็งห่อผ้าสะอาดประคบบริเวณหน้าผากเพื่อลดอาการบวม แต่ระวังอย่าให้น้ำแข็งสัมผัสกับบริเวณที่ปลูกผมโดยตรง
- พักผ่อนให้เพียงพอ – หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่หนักหรือต้องออกแรง เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่
1-2 สัปดาห์แรก
- การสระผม – ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปมักแนะนำให้เริ่มสระผมเบาๆ หลังผ่านไป 48-72 ชั่วโมง ใช้แชมพูอ่อนๆ ที่แพทย์แนะนำ และไม่ขยี้หรือถูแรงๆ
- หลีกเลี่ยงการแกะเกาสะเก็ด – ปล่อยให้สะเก็ดแผลหลุดออกเองตามธรรมชาติ การแกะอาจทำให้รูขุมขนเสียหายและส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด – ไม่ควรให้บริเวณที่ปลูกผมโดนแสงแดดโดยตรง ควรสวมหมวกหลวมๆ (ไม่กดทับบริเวณที่ปลูกผม) เมื่อต้องออกนอกบ้าน
- งดการออกกำลังกายหนัก – หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก หรือมีการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ เช่น การวิ่ง ยกน้ำหนัก ว่ายน้ำ เป็นต้น
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ – ทั้งสองอย่างสามารถส่งผลเสียต่อการไหลเวียนของเลือดและกระบวนการฟื้นตัว
หลัง 2 สัปดาห์
- เริ่มกลับสู่กิจกรรมปกติ – สามารถกลับไปทำกิจกรรมส่วนใหญ่ได้ตามปกติ แต่ยังควรระมัดระวังไม่ให้มีการกระทบกระเทือนบริเวณที่ปลูกผม
- ทานอาหารที่มีประโยชน์ – รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม เช่น ไบโอติน วิตามินบี ธาตุเหล็ก และสังกะสี
- ใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง – หากแพทย์สั่งยา เช่น มิน็อกซิดิล หรือ ฟินาสเตอไรด์ ให้ใช้อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ
ระยะยาว
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่รุนแรง – ในช่วง 1-3 เดือนแรก ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องเป่า เครื่องหนีบผม น้ำยาดัด หรือย้อมผม
- ตรวจติดตามผลกับแพทย์ – เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา
- จัดการความเครียด – พยายามลดความเครียด เนื่องจากความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดผมร่วงได้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ – การดื่มน้ำเพียงพอช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลดีต่อสุขภาพของเส้นผม
บทความน่ารู้ 10 วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผม ให้เส้นผมขึ้นแข็งแรง ติดแน่น ไม่หลุดร่วง
ทำไมต้องปลูกผมที่ 42G?
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปลูกจริง เห็นผลจริง
ถ้าคุณเคยลองวิธีรักษาผมร่วงแบบต่างๆ แล้วไม่ได้ผล เสียเวลา เสียเงิน ลองเปิดใจให้เราช่วยครับ ที่ 42G Clinic เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผมที่มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี คุณหมอทุกท่านเชี่ยวชาญเรื่องเส้นผมโดยเฉพาะ ไม่ได้ทำแบบครึ่งๆ กลางๆ แต่ดูแลแบบใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่ประเมินแนวผม วางแผนให้เหมาะกับแต่ละคน ไปจนถึงเลือกกราฟผมที่แข็งแรงที่สุดเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและติดทนนานครับ
อุปกรณ์ทันสมัย แผลเล็ก เจ็บน้อย พักฟื้นไว
เราคัดสรรเทคโนโลยีปลูกผมที่ดีที่สุด ทั้ง FUE, DHI และ Long Hair Transplant มาใช้กับคนไข้ โดยเครื่องมือแต่ละอย่างถูกออกแบบมาให้ช่วยลดการบาดเจ็บ เจ็บน้อยลง ใช้เวลาน้อยลง และแนวผมที่ได้ก็เป็นธรรมชาติ รับกับรูปหน้าเหมือนออกแบบทรงผมใหม่ให้คุณเลยครับ
ดูแลต่อเนื่อง ไม่ทิ้งกันหลังปลูก
ที่ 42G เราให้ความสำคัญกับการดูแลหลังการปลูกมากพอๆ กับตอนทำเลยครับ มีทีมหมอและพยาบาลคอยติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง มีผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่เลือกมาแล้วว่าเหมาะกับผู้ที่ปลูกผมโดยเฉพาะ และที่สำคัญ…เราพร้อมให้คำแนะนำตลอด ไม่ว่าจะมีคำถามหรือไม่แน่ใจอะไร ก็ทักมาคุยกับเราได้เลยครับ
รีวิวแน่น จากผู้ใช้จริง
ไม่ใช่แค่พูดให้ฟังดี ๆ แต่เรามีรีวิวจริงจากคนไข้ที่เคยปลูกผมกับเรามาแล้ว พร้อมภาพก่อน-หลังให้ดูชัดๆ ว่า “ผมขึ้นจริง” ไม่จกตาแน่นอนครับ
ราคาไม่แรงอย่างที่คิด คุ้มค่าทุกบาททุกเส้นผม
เราเข้าใจดีว่าการปลูกผมคือการลงทุนระยะยาว เราเลยตั้งราคาที่สมเหตุสมผล ไม่มีค่าใช้จ่ายจุกจิกแอบแฝง เช่น ค่าห้องผ่าตัด ค่ายา หรือค่าอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่างๆ ทุกอย่างรวมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หมอจะประเมินและวางแผนให้ตรงกับปัญหาของคุณโดยเฉพาะ ไม่ต้องจ่ายเกินสิ่งที่จำเป็นครับ
สรุป
การที่ผมร่วงหลังจากปลูกผมไปได้ไม่นาน หลายคนอาจรู้สึกตกใจ แต่จริงๆ แล้วอาการนี้เป็นเรื่องปกติมากครับ เราเรียกภาวะนี้ว่า “Shock Loss” หรือการที่เส้นผมร่วงเพราะรากผมโดนกระทบกระเทือนระหว่างการทำหัตถการ ซึ่งอาจทำให้ผมทั้งที่เพิ่งปลูกและผมเดิมรอบๆ บริเวณนั้นหลุดร่วงออกมาชั่วคราว โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง 2–4 สัปดาห์หลังปลูก และอาจยืดไปถึงช่วงเดือนที่ 3 ได้เลย
ฟังดูน่ากังวลใช่ไหมครับ แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะรากผมที่ฝังอยู่ใต้ผิวยังอยู่ดี ไม่ได้หลุดไปไหน และจะค่อยๆ ฟื้นตัวตามธรรมชาติ เส้นผมใหม่จะเริ่มงอกขึ้นอีกครั้งประมาณเดือนที่ 3–4 และจะค่อยๆ หนาขึ้นเรื่อยๆ โดยผลลัพธ์ที่ชัดเจนมักจะเริ่มเห็นในช่วง 6–12 เดือนหลังทำ ถ้าเราดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ ทานยาหรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้ผมขึ้นไวและแข็งแรงขึ้นได้ครับ แต่ถ้าสังเกตว่ามีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น บวมแดงมาก เลือดออก หรือผมร่วงไม่หยุดนานเกินไป แนะนำให้รีบกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กนะครับ
สนใจเติมไขมันหน้าเด็ก: Pmed Clinic เติมไขมันหน้า