เจาะลึกปลูกผม ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกน มีจริงไหม มีวิธีไหนบ้าง?

ปลูกผม ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกน
ค้นพบวิธีปลูกผมแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกน ทางเลือกใหม่สำหรับผู้มีปัญหาผมบาง ศึกษาเทคนิคล่าสุด ข้อดีข้อเสีย และความเหมาะสมกับปัญหาผมร่วงของคุณ

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการปลูกผมที่ต้องผ่าตัดและโกนหัวจนหมดความมั่นใจ แต่รู้ไหมว่า ทุกวันนี้มีวิธีที่คุณไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว? นวัตกรรมใหม่ๆ ในวงการเสริมความงามทำให้การปลูกผมกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวน้อยลงมาก ไม่ว่าคุณจะกังวลเรื่องรอยแผลเป็นหรือการต้องเดินไปทำงานด้วยหัวล้าน เรามาดูกันว่ามีทางเลือกอะไรบ้างที่ช่วยให้คุณกลับมามีผมสวยได้โดยไม่ต้องทนทุกข์กับการผ่าตัดหรือการโกนหัว!

ปลูกผม ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกน มีจริงไหม?

คำถามนี้หลายคนสงสัยเลยครับว่า “ปลูกผมแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกนผม มีจริงเหรอ?” คำตอบคือ…มีจริงครับ! และเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง หรือคนที่ไม่อยากเปลี่ยนลุค หรือรู้สึกไม่มั่นใจหากต้องโกนผมก่อนปลูก

เทคนิคที่ว่านี้เรียกว่า Long Hair FUE เป็นการปลูกผมโดยใช้รากผมจากด้านหลังศีรษะมาแยกทีละกราฟต์ แล้วนำไปปลูกยังบริเวณที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องโกนผมทั้งศีรษะ เพราะแพทย์จะเลือกเปิดเฉพาะจุดเล็กๆ เพื่อเก็บรากผม และใช้เทคนิคที่ประณีตมากในการซ่อนแผลไว้ใต้เส้นผมเดิม คนรอบข้างแทบสังเกตไม่ออกว่าคุณไปปลูกผมมาครับ

ข้อดีของวิธีนี้คือไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่เสียบุคลิกภาพ และดูเป็นธรรมชาติตั้งแต่วันแรก แต่ก็ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะต้องใช้ความละเอียดสูงในทุกขั้นตอน หากคุณไม่อยากโกนผม ไม่อยากเจ็บตัวเยอะ หรืออยากได้ผลลัพธ์ที่ดูเนียนเหมือนไม่ได้ทำอะไรมา เทคนิคนี้ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากๆ เลยครับ

บทความน่ารู้ ผู้หญิงผมร่วงเยอะมาก แก้ยังไงดี เกิดจากอะไร

ปลูกผมแบบไม่ผ่าตัด ไม่ต้องโกน มีกี่วิธี อะไรบ้าง ?

3 วิธีปลูกผมให้กลับมาโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกนผม เหมาะสำหรับใครที่อยากฟื้นฟูผมบางแบบสบายๆ ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องพักฟื้นครับ

การใช้ยาปลูกผม

การใช้ยาปลูกผมเป็นตัวเลือกที่คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเป็นอันดับแรก เพราะสะดวกและไม่ต้องเข้ารับการรักษาที่คลินิกบ่อยๆ

หลักการทำงาน

ยาปลูกผมส่วนใหญ่ทำงานโดยการยับยั้งฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการร่วงของเส้นผมในผู้ชาย หรือกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่หนังศีรษะ ทำให้รูขุมขนได้รับสารอาหารมากขึ้น ยาที่ได้รับความนิยมและได้รับการรับรองจาก FDA มี 2 ชนิดหลักๆ คือ:

  1. มิน็อกซิดิล – ใช้เป็นโซลูชั่นทาหรือโฟมที่หนังศีรษะ สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ มิน็อกซิดิลทำงานโดยขยายหลอดเลือดฝอยที่หนังศีรษะ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้รูขุมขนได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น ส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมยาวนานขึ้น
  2. ฟินาสเตอไรด์ – เป็นยาเม็ดรับประทาน ต้องมีใบสั่งแพทย์ ทำงานโดยยับยั้งเอนไซม์ที่เปลี่ยนเทสโทสเตอโรนเป็น DHT ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รูขุมขนหดตัวและเส้นผมบางลง

ข้อดี

  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บตัว
  • สามารถใช้ได้ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางไปคลินิกบ่อยๆ
  • มีงานวิจัยรองรับประสิทธิภาพมากกว่าวิธีอื่นๆ
  • ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับวิธีอื่น โดยเฉพาะในระยะยาว
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ผมเพิ่งเริ่มบางหรือร่วง

ข้อเสีย

  • ต้องใช้อย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต หากหยุดใช้ผมที่งอกใหม่จะร่วงออกไป
  • ผลลัพธ์ไม่เห็นทันที (อาจใช้เวลา 3-6 เดือนจึงจะเห็นผล)
  • อาจมีผลข้างเคียง เช่น มิน็อกซิดิลอาจทำให้หนังศีรษะแห้ง คัน หรือระคายเคือง
  • ฟินาสเตอไรด์อาจส่งผลต่อความต้องการทางเพศ การหลั่งน้ำอสุจิ หรือความสามารถในการมีบุตร
  • ไม่เหมาะกับผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะฟินาสเตอไรด์ เพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์

 

PRP ปลูกผม (Platelet-Rich Plasma)

PRP เป็นวิธีที่นำเลือดของคุณเองมาปั่นแยกเพื่อเก็บส่วนที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น แล้วฉีดกลับเข้าไปที่หนังศีรษะ

หลักการทำงาน

  1. แพทย์จะเจาะเลือดจากแขนของคุณ (ประมาณ 30-60 มิลลิลิตร)
  2. นำเลือดไปปั่นแยกในเครื่องเหวี่ยงความเร็วสูง เพื่อแยกพลาสม่าที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น
  3. ฉีด PRP เข้าไปในบริเวณที่ผมบางหรือร่วง

เกล็ดเลือดมีโกรทแฟคเตอร์และโปรตีนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ เมื่อฉีดเข้าไปที่หนังศีรษะ จะช่วยกระตุ้นรูขุมขนที่กำลังจะหลับให้ตื่นตัวและเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้เส้นผมที่มีอยู่แข็งแรงขึ้นและกระตุ้นการงอกของเส้นผมใหม่

ข้อดี

  • เป็นวิธีธรรมชาติ ใช้เลือดของตัวเอง จึงไม่มีความเสี่ยงจากการแพ้
  • ไม่จำเป็นต้องโกนศีรษะ ไม่ต้องผ่าตัด
  • ไม่มีแผลเป็นหรือรอยแผล
  • เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดปลูกผม
  • ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปทำงานได้ในวันเดียวกัน
  • สามารถใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆ เช่น ยาปลูกผมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ข้อเสีย

  • ต้องทำหลายครั้ง โดยทั่วไปประมาณ 3-4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน และอาจต้องทำซ้ำทุก 6-12 เดือน
  • ราคาค่อนข้างสูง (ประมาณครั้งละ 10,000-30,000 บาท ขึ้นอยู่กับคลินิก)
  • ผลลัพธ์ไม่แน่นอน บางคนเห็นผลชัดเจน บางคนเห็นผลน้อย
  • ยังไม่มีงานวิจัยระยะยาวที่ชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพ
  • อาจมีอาการปวด บวม แดง หรือคันที่บริเวณฉีด แต่มักหายภายใน 1-2 วัน

 

การฉายแสงหรือเลเซอร์ปลูกผม (Low Level Laser Therapy – LLLT)

LLLT เป็นการใช้แสงเลเซอร์กำลังต่ำในช่วงความยาวคลื่นแสงสีแดง (ประมาณ 630-670 นาโนเมตร) เพื่อกระตุ้นการงอกของเส้นผม

หลักการทำงาน

เลเซอร์กำลังต่ำจะถูกดูดซับโดยไมโทคอนเดรียในเซลล์รูขุมขน ทำให้เกิดการกระตุ้นการผลิตพลังงาน (ATP) และเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ ส่งผลให้:

  1. รูขุมขนได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้น
  2. กระตุ้นเซลล์สเต็มที่รูขุมขนให้แบ่งตัวและงอกเป็นเส้นผมใหม่
  3. ยืดระยะเวลาการเจริญเติบโตของเส้นผม (Anagen phase)
  4. ลดการอักเสบที่อาจเป็นสาเหตุของผมร่วง

อุปกรณ์ LLLT มีหลายรูปแบบ:

  • หมวกเลเซอร์ (Laser cap/helmet)
  • หวีเลเซอร์ (Laser comb)
  • แปรงเลเซอร์ (Laser brush)
  • เครื่องฉายเลเซอร์แบบในคลินิก

ข้อดี

  • ไม่มีความเจ็บปวด ไม่รุกล้ำร่างกาย
  • ไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง (มีรายงานน้อยมากเกี่ยวกับผลข้างเคียง)
  • สามารถทำได้ที่บ้าน (สำหรับอุปกรณ์แบบพกพา)
  • ไม่ต้องใช้ยาหรือสารเคมี
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีอาการผมบางหรือผมร่วง
  • อาจใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • บางรุ่นได้รับการรับรองจาก FDA

ข้อเสีย

  • ราคาอุปกรณ์ค่อนข้างสูง (ประมาณ 10,000-50,000 บาท)
  • ต้องใช้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง (มักแนะนำให้ใช้ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20-30 นาที)
  • ผลลัพธ์ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล (อาจต้องใช้เวลา 3-6 เดือน)
  • ประสิทธิภาพอาจไม่ดีเท่าวิธีอื่นๆ โดยเฉพาะในผู้ที่ผมร่วงมาก
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีรอยแผลเป็นที่ศีรษะหรือรูขุมขนตายสนิทแล้ว
  • หากใช้ผิดวิธีอาจทำให้หนังศีรษะไหม้ได้ (แม้จะเกิดขึ้นน้อยมาก)

ปลูกผม FUE DHI ต้องผ่าตัด ต้องโกนผมไหม ?

การปลูกผมแบบ FUE และ DHI เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน แต่หลายคนก็ยังกังวลเรื่องการต้องโกนศีรษะ ผมจะอธิบายให้ชัดเจนขึ้นนะครับ

การปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction)

FUE เป็นเทคนิคปลูกผมที่ทันสมัยกว่าแบบดั้งเดิม (FUT) โดยหลักการคือ:

  1. แพทย์จะเก็บเส้นผมทีละหน่วย จากบริเวณด้านหลังหรือด้านข้างศีรษะ 
  2. ใช้เครื่องมือพิเศษเจาะเก็บแต่ละหน่วยรากผมออกมาทีละหน่วย
  3. นำหน่วยรากผมไปปลูกในบริเวณที่ผมบาง/ร่วง 
ต้องโกนผมหรือไม่?
  • แบบดั้งเดิม (FUE): ต้องโกนศีรษะทั้งบริเวณที่จะเก็บรากผม เพื่อให้แพทย์มองเห็นและเก็บรากผมได้ง่าย
  • No-Shave FUE หรือ Long-Hair FUE: เป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่ต้องการโกนผม โดย:
    • บริเวณที่เก็บรากผมอาจโกนเป็นแนวเล็กๆ และซ่อนได้ด้วยผมที่ยาวกว่า
    • บางคลินิกสามารถเก็บรากผมโดย “ไม่ต้องโกน”เลย แต่จะตัดผมให้สั้น (ประมาณ 1-2 มม.) เฉพาะเส้นที่จะเก็บ
    • บริเวณที่จะปลูกผม ไม่จำเป็นต้องโกน

การปลูกผมแบบ DHI (Direct Hair Implantation)

DHI เป็นวิวัฒนาการที่พัฒนาต่อจาก FUE โดยมีขั้นตอนหลักๆ คือ:

  1. เก็บรากผมด้วยเทคนิค FUE (เหมือนขั้นตอนแรกของ FUE)
  2. แต่ต่างกันที่การปลูก – DHI ใช้เครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า Choi Implanter Pen ที่สามารถเจาะรูและฝังรากผมได้ในขั้นตอนเดียว (แทนที่จะต้องเจาะรูก่อนแล้วค่อยปลูก)
ต้องโกนผมหรือไม่?
  • แบบดั้งเดิม (Classic DHI): ต้องโกนบริเวณที่จะเก็บรากผม แต่ไม่จำเป็นต้องโกนบริเวณที่จะปลูก นี่เป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับ FUE แบบดั้งเดิม
  • No-Shave DHI: มีให้บริการในหลายคลินิกที่เชี่ยวชาญ สามารถทำได้โดย:
    • บริเวณที่เก็บรากผม โกนเป็นแนวเล็กๆ หรือตัดเฉพาะเส้นที่จะเก็บให้สั้น
    • บริเวณที่จะปลูกผม ไม่ต้องโกนเลย

 

บทความน่ารู้ ปลูกผม แบบไหนดี รู้ทุกเรื่อง! DHI vs FUE ควรเลือกปลูกผมวิธีไหน

ทำไมต้องปลูกผมที่ 42G

ถ้าคุณกำลังมองหาคลินิกปลูกผมที่ไว้ใจได้ เห็นผลจริง และใส่ใจทุกขั้นตอนแบบเป็นรายบุคคล 42G Clinic คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดครับ เพราะเราไม่ได้เน้นแค่การปลูกผมให้ “มีผมขึ้น” แต่เราวางแผนให้ผมที่ขึ้นนั้นดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน และช่วยเสริมบุคลิกภาพให้คุณมั่นใจมากขึ้น

ที่ 42G เราให้ความสำคัญกับ การประเมินและวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล โดยคุณหมอต้น แพทย์ผู้มีประสบการณ์เฉพาะทางด้านเส้นผมกว่า 9 ปี เป็นผู้ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่แค่ทำหัตถการ แต่รวมถึงการออกแบบแนวผมให้เหมาะกับโครงหน้า การเลือกเทคนิคที่ตอบโจทย์ และการดูแลหลังปลูกผมอย่างใกล้ชิด

เราให้บริการครบทุกเทคนิค ทั้ง FUE, DHI, Micro FUE และ Long Hair FUE พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐานระดับสากล ที่ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และยังมีรีวิวจากผู้ใช้จริงให้ดูทั้งภาพและวิดีโอ นอกจากนี้ เรายังมีระบบติดตามผลหลังทำ และ รับประกันการดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผมที่ปลูกจะขึ้นจริง แข็งแรง และอยู่กับคุณไปอีกยาวนานครับ.

สรุป

สำหรับใครที่อยากปลูกผม แต่รู้สึกกังวลเรื่องการผ่าตัดหรือการต้องโกนผมก่อนทำ บอกเลยครับว่า ปัจจุบันมีเทคนิคปลูกผมที่ไม่ต้องผ่าตัด และไม่จำเป็นต้องโกนผม ซึ่งตอบโจทย์มากสำหรับผู้หญิงหรือผู้ชายที่ไม่อยากเปลี่ยนลุค หรืออยากให้การปลูกผมดูแนบเนียนเป็นธรรมชาติตั้งแต่วันแรก

หนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงคือ Long Hair FUE ซึ่งเป็นการเก็บรากผมจากบริเวณท้ายทอยแบบไม่ต้องโกนผมทั้งศีรษะ และยังมีการใช้ยาปลูกผมอย่างมิน็อกซิดิลและฟินาสเตอไรด์เป็นวิธีรักษาผมร่วงที่ได้ผลดีแต่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ PRP ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผมด้วยพลาสม่าจากเลือดของตัวเองโดยไม่ต้องผ่าตัด ส่วน LLLT เป็นการใช้แสงเลเซอร์กำลังต่ำช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะและกระตุ้นเซลล์รูขุมขน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ไม่เจ็บปวดแต่ต้องใช้เวลาจึงเห็นผล

ดังนั้น ถ้าคุณกำลังลังเลเพราะกลัวการผ่าตัดหรือไม่อยากโกนผม อย่าเพิ่งตัดใจครับ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อน เพื่อให้ประเมินว่าเทคนิคเหล่านี้เหมาะกับคุณหรือไม่ และเลือกวิธีที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยไม่ต้องเสียความมั่นใจระหว่างทางครับ.

สนใจเติมไขมันหน้าเด็ก: Pmed Clinic เติมไขมันหน้า

Facebook
Pinterest
Email

บทความล่าสุด

ปรึกษาแพทย์ฟรี

สอบถามเพิ่มเติมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ เกี่ยวกับบริการศัลยกรรมความงามหลากหลายรูปแบบ ที่เน้นคุณภาพและการดูแลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน